Warm Bodies เป็นหนังรักโรแมนติกแนวซอมบี้ ซึ่งกำลังจะเข้าฉายเร็วๆนี้
สำหรับคนที่ยังไม่เห็นตัวอย่าง...จัดไป!!
 
 
 
 
 
เรื่่องเป็นนิยายแต่งโดย Isaac Marion 
(นานๆจะเห็นผู้ชายแต่งนิยายรัก...
พอแต่งทีเลยกลายเป็นนิยายรักซอมบี้เลย 55)
 
ซึ่งหนังสือแต่งไว้ดีมาก ไม่ใจว่าตัวหนังสือแปลเป็นไทยรึยัง แต่เราอ่านฉบับภาษาอังกฤษ ซึ่งถ้าสนใจเช็กหนังสือได้ที่นี่
 
(คลิ้กที่รูปเลยจ้า)
 
 
ใครอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิยาย เราเขียนรีวิวเรื่องนี้ไว้แล้วด้วย ที่นี่
อย่างที่บอกคือเรื่องนี้แต่งไว้ดีมาก เพราะงั้นเลนมีquoteอยู่เยอะ
เราก็เลยถือโอกาสพึ่งอ่านจบ(อ่านจบอย่างรวดเร็วในเวลา2วัน เพราะวางไม้ลง!!)รวบรวมQuoteไว้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นของที่คนอื่นรวมไว้ในเว็บgoodreadsตามลิ้งนี้จ๊ะ
 
------------------
 
Warm Bodies by Isaac Marion "I almost swear I can feel my heart thumping. But it must me hers, pressed tight against my chest"
ผมเกือบจะสาบานว่าผมรู้สึกถึงหัวใจของผมกำลังเต้น แต่มันคงเป็นหัวใจของเธอ ที่แนบสนิทอยู่กับอกผม
 
“You should always be taking pictures, if not with a camera then with your mind. Memories you capture on purpose are always more vivid than the ones you pick up by accident.”
คุณควรจะถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่ใช่ด้วยกล้องก็ด้วยจิตใจ ความทรงจำที่คุณถ่ายไว้อย่างตั้งใจจะมีสีสันมากกว่าความทรงจำที่คุณเก็บไว้โดยอังเอิญ
 
"My friend 'M' says the irony of being a zombie is that everything is funny, but you can't smile, because your lips have rotted off.” 
เอ็ม เพื่อนของผมพูดไว้ว่า เรื่องน่าน่าขันของการเป็นซอมบี้ก็คือทุกอย่างมันตลกไปหมด แต่คุณยิ้มไม่ออก เพราะปากเน่าไปแล้ว
 
“We are where we are, however we got here. What matters is where we go next.”
 เราอยู่ตรงที่เราอยู่ ไม่ว่าเราจะมาได้อย่างไร สิ่งสำคัญคือเราจะไปที่ไหนต่อต่างหาก

“Once you've arrived at the end of the world, it hardly matters which route you took.”
 พอมาถึงจุดจบของโลก ไม่ว่าคุณจะมาทางไหนก็ไม่ค่อยสำคัญแล้ว

“I crush her against me. I want to be part of her. Not just inside her but all around her. I want our rib cages to crack open and our hearts to migrate and merge. I want our cells to braid together like living thread.” 
ผมแนบเธอเข้าหาตัว ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของเธอ ไม่ใช่แค่อยู่ข้างแต่อยู่รอบๆเธอ ผมอยากให้กระดูกซี่โครงของเรากระเทาะเปิดออกและหัวใจของเราหลอมรวมเข้าหากัน ผมอยากให้เซลล์ของเราถักทออยู๋ด้วยฉันเหมือนเส้นด้ายแห่งชีวิต
 
“...wanting change is step one, but step two is taking it.” 
อยากจะเปลี่ยนเป็นขั้นแรก ลงมือเปลี่ยนเป้นขั้นต่อไป

“Here it comes. My inevitable death, ignoring me all those years when I wished for it daily, arriving only after I've decided I want to live forever.”
 แล้วมันก็มาถึง ความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ของผม มันเผิกเฉยตลอดหลายปีที่ผมอยากตายอยู่ทุกวัน มันมาถึงหลังจากที่ผมตัดสินใจว่าอยากจะอยู่ไปตลอดการ
 
“I can feel it...the chance to start over, to live right, to love right, to burn up in a fiery cloud and never again be buried in the mud.”
 ผมรู้สึกถึงมัน...โอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ โอกาสที่จะมีชีวิตอย่างถูกต้อง รักอย่างถูกต้อง มันโชดช่วงอยู่ในก้อนเมฆ และจะไม่ถูกฝังในโคลนตมอีกแล้ว

“We're fumbling in the dark, but at least we're in motion.” 
เราโซเซอยู่ในความมืด แต่อย่างน้อยเราก็เคลื่อนไหว
 
“If there are rules, we're the ones making them. We can change them whenever we want to.”
 ถ้ามันจะมีกฏ เราก็เป็นคนสร้างมัน เราเปลี่ยนมันเมื่อไหร่ก็ได้ที่เราต้องการ
 
“Not so easy, Mr Lennon. Even if you try.”
 มันไม่ง่ายเลย คุณเลนนอน ถึงเราจะพยายามแล้วก็ตาม

“There's no benchmark for how life's "supposed" to happen. There is no ideal world for you to wait around for. The world is always just what it is now, it's up to you how you respond to it” 
มันไม่มีอะไรให้เปรียบเทียบหรอกว่าชีวิต"สมควร"จะเป็นเช่นไร มันไม่มีโลกในอุดมคติรออยู่หรอก โลกก็แค่เป็นอย่างที่มันเป็นอยู่ตอนนี้ มันขึ้นอยู่กับคุณว่าจะตอบสนองกับมันอย่างไร

“What's the point of trying to fix a world we're so briefly in?”
 เราจะกู้โลกที่เราแทบจะไม่มีตัวตนอยู่ไปทำไม?

“But I'm not afraid of the skeletons in Julie's closet. I look forward to meeting the rest of them, looking them hard in the eye, giving them firm, bone-crunching handshakes.”
 แต่ผมไม่กลัวโครงกระดูกในตู้ของจูเลียหรอก ผมเฝ้ารอคอยจะเจอพวกมันที่เหลือ จะจ้องมองเข้าไปในตาของพวกมัน จะจับมือทักทายพวกมันให้แน่นจนบดกระดูก

“We smile, because this is how we save the world.”
 เรายิ้มเพราะนั่นคือวิธีที่เราจะกอบกู้โลก

“I'm not a general or a colonel or a builder of cities. I'm just a corpse who wants not to be.”
 ผมไม่ใช่นายพล หรือผู้พัน หรือผู้สร้างเมือง ผมก็แค่ซากศพที่ไม่อยากจะเป็นซาก

“What I'm saying is, when you have weight like that in your life, you have to start looking for the bigger picture or you are gonna sink.” 
ที่ฉันจะพูดก็คือ เมื่อชีวิตคุณต้องแบกรับน้ำหนักขนาดนั้น คุณเริ่มมองภาพรวม ไม่งั้นคุณจะจมหายไป

“It's hard to take your life so seriously when you can see it all at once.” 
พอเห็นชีวิตตัวเองทั้งหมดในคราวเดียว มันยากที่จะมองอย่างจริงจัง

“The past is made out of facts...I guess the future is just hope.” 
อดีตสร้างด้วยความจริง อนาคตฉันว่าคงเป็นเพียงความหวัง

“It does make me sad that we've forgotten our names. Out of everything, this seems to me the most tragic. I miss my own and I mourn for everyone else's, because I'd like to love them, but I don't know who they are.”
 การลืมชื่อตัวทำเองทำให้ผมเศร้าก็จริง แต่จากอะไรทั้งหมด สิ่งนี้ทำให้ผมเสียใจที่สุด ผมคิดถึงชื่อตัวเอง และคร่ำครวญถึงชื่อของคนอื่นๆ เพราะผมอยากจะรักพวกเขา แต่ผมไม่รู้ว่าพวกเขาคือใคร

“...and we'll see what happens when we say Yes while this rigor mortis world screams No.” 
แล้วเราจะได้เห็นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราบอกว่า ใช่ ขณะที่โลกอันตายซากนี้กรีดร้องว่า ไม่
 
“I wonder how well she sleeps at night, and what kind of dreams she has. I wish I could step into them like she steps into mine.” 
ผมสงสัยว่าเธอนอนหลับดีมั้ยเมื่อคืน และเธอฝันว่าอะไร ผมหวังว่าผมจะสามารถเข้าไปอยู่ในฝันเธอได้อย่างที่เธอเข้ามาอยู่ในฝันของผม

“What's wrong with people?....Were they born with parts missing or did it fall out somewhere along the way?” 
นี่ผู้คนเป็นอะไรกันไปหมด...พวกเขาเกิดมาไม่ครบชิ้น หรือทำมันร่วงหล่นไประหว่างทางกันแน่
 
TBC.

Comment

Comment:

Tweet