Favorite Book of 2012 :: Across the Universe

posted on 27 Dec 2012 11:53 by napfeny in NovelReview
Favorite Book of 2012 :: Across the Universe
 
 
Across the Universe
(จากซีรี่ย์ Across the Universe เล่ม#1)
ของ Beth Revis

 
 
พอถึงสิ้นปี ถึงได้โอกาสเปิดดูว่าปีนี้อ่านหนังสืออะไรไปบ้าง สรุปแล้วอ่านไปทั้งหมด70เล่ม และก็เลือกเล่มที่ชอบที่สุดมาเขียนรีวิวซะเลย
 
Across the Universe เล่มนี้เป็นเล่มที่อ่านไปประมาณต้นๆปี เรื่องไม่ยาว อ่านง่าย แล้วก็ชอบทีสุด ถึงเรตติ้งในเว็บGoodreadแย่เอามากๆ แต่สำหรับเรา เราว่าเป็นหนังสือที่ดีที่สุดที่ได้อ่านในปีนี้เลยล่ะ!!
 
เรื่องย่อ :: Across the Universe เป็นนิยายscifi เกี่ยวกับการเดินทางข้ามจักรวาลในยานอวกาศขนาดยักษ์ และสังคมในยานลำนี้
 
เรื่องเริ่มต้นเมื่อโลกในอนาคตได้ค้นพบดาวอีกดาวซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะสามารถเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ได้ จึงได้รวบรวมมนุษย์กลุ่มที่จะไปบุกเบิกดาวใหม่เพื่อเดินทางข้ามจักรวาลไปยังดาวดวงนี้ด้วยยานอวกาศขนาดยักษ์ที่ชื่อ Godspeed ด้วยการเดินทางที่ต้องใช้เวลาหลายร้อยปี กลุ่มนักบุกเบิกจึงต้องถูกแช่แข็งให้หลับไป ในขณะที่ผู้คุมยานคือแรงงานที่จะต้องทำงานจนแก่ตายอยู่ในยานไปอีกหลายรุ่นกว่ายานจะไปถึงที่หมาย
 
นางเอกของเรา เอมี่ เป็นลูกสาวของหนึ่งในทีมบุกเบิกที่ตัดสินใจเดินทางไปกับยานทั้งครอบครัว แต่กลายแช่แข็งของเอมี่ผิดปรกติบางอย่าง คือเอมี่ไม่หลับ กลับรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาที่ถูกแช่แข็ง จนเวลาผ่านไปเป็นร้อยปี เอมี่ก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยฝีมือของ เอลเดอร์ คนคุมยานที่เป็นว่าที่ผู้นำของยานในอนาคต
 
เอมี่ตื่นขึ้นมาพบกับสภาพสังคมอันแปลกประหลาดในยานอวกาศ พร้อมทั้งพบว่ามีคนร้ายลอบกดปุ่มละลายน้ำแข็งที่แช่นักบุกเบิกในยาน ทำให้คนที่ถูกละลายน้ำแข็งในสภาพที่ไม่พร้อมเสียชีวิต และที่ทำเอาเอมี่แทบจะเสียสติก็คือ เธอไม่ได้ตื่นมาพบกับดาวดวงใหม่ แต่ตื่นมาพบกับความจริงที่ว่า ยานยังไปไม่ถึงดาวเป้าหมาย ยานเดินทางช้ากว่ากำหนดมาหลายร้อยปีแล้ว และยานลำนี้กำลังจะตาย มันไม่มีทางไปถึงที่หมาย...
 
แก่นเรื่อง :: การปกครองที่จะนำสังคมให้อยู่รอด คือเผด็จการ...หรือ...?
 
วิจารณ์ :: สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ คือ แก่นเรื่องของมัน เรื่องนี้นำเสนอเกี่ยวกับแนวทางในการปกครองที่ดี ว่าจริงๆแล้วเป็นแนวทางไหนกันแน่
 
โดยสังคมบนยานอวกาศของหนังสือเล่มนี้เป็นสังคมแบบเผด็จการเต็มรูปแบบ อำนาจอยู่ที่ผู้นำยานเพียงคนเดียว ซึ่งผู้นำคนนี้จะควบคุมทุกๆอย่าง ควบคุมแม้แต่พันธุกรรมของเด็กที่จะเกิดในยาน คนบนยานมีหน้าที่ทำงานเพื่อให้ยานเดินหน้าต่อไปได้เท่านั้น ไม่มีสิทธฺรับรู้ความเป็นไปใดๆในยาน ไม่มีสิทธิ์คิดตัดสินในใดๆทั้งสิ้น ระบบน้ำดื่มในยานถูกผสมด้วยยาซึ่งจะทำให้คนบนยานไม่มีสตินึกคิด ยอมรับคำสั่งแต่โดยดีทุกอย่าง คนที่มีความคิจะถูกถือว่าบ้าและจับขังในโรงพยาบาล ซึ่งระบบก็ทำให้สังคมสงบสุขมาตลอด แม้ว่ายานลำนี้กำลังจะตายลงก็ตาม
 
ในหนังสือกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของยาน ว่าตอนที่ผู้นำของยานในอดีตรู้ว่ายานเสีย และจะไม่มีทางไปถึงที่หมาย จึงได้ประกาศให้คนในยานรับรู้ แต่กลายเป็นว่าสังคมกลับล่มสลายโดยสิ้นเชิง คนบนยานฆ่ากันตายเกือบจะหมด มาถึงปัจจุบันจำนวนลูกเรือของยานก็ยังเพิ่มจำนวนได้ไม่เท่าเดิม จึงกลายเป็นบทเรียนให้ผู้นำในรุ่นหลังใช้วิธีเผด็จการสุดคั่วในการปกครองยาน
 
ซึ่งถ้าลองอ่านจริงๆแล้วจะพบว่า
 
- plot ของเรื่องนี้ธรรมดามากๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร
- การใช้ภาษา เข้าขั้นกระจอก คือใช้ศัพท์ง่ายๆ รูปประโยคพื้นฐาน ประธาน กิริยา กรรม  เรียงกันแบบนี้ซะส่วนใหญ่ แต่มีช่วงทีใช้การเปรียบเทียบได้ดีอยู่เหมือนกัน

- การสร้างตัวละครค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ถึงกับดีมาก คือ ตัวละครที่มาที่ไป มีเหตุมีผล แต่ยังค่อนข้างแบน ไม่มีมิติมาก แต่เมื่อดูจากอายุของตัวเอกในเรื่องคือประมาณ17ปี และลักษณะสังคมที่จำกัดในหนังสือ การที่ตัวละครไม่มีมิติมากโอเคแล้ว 

- แก่นเรื่อง เป็นจุดที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ คือคนเขียนอิงอยู่ในแก่นของเรื่องได้เหนียวแน่นดี ไม่วอกแวกไปประเด็นอื่น เรื่องนี้พูดถึงการปกครอง การควบคุม อำนาจ เนื้อเรื่องทุกอย่างเป็นการเสริมประเด็นนี้ให้มีพลังมากๆ
 
โดยรวมๆไม่แปลกใจที่คนส่วนใหญ่อ่านแล้วไม่ค่อยชอบ เพราะplot มันธรรมดาเกินไป วิธีเขียนก็น่าเบื่อ แต่ด้วยความที่เราเป็นคนอ่านนิยายแล้วสนใจประเด็นที่มันต้องการสื่อมากกว่าสนใจplot ก็เลยชอบเล่มนี้มากๆ เพราะเป็นหนังสือแบบที่ทิ้งคำถามชวนให้คนอ่านคิด ซึ่งเป็นคำถามใกล้ๆตัว อย่างเช่น
 
- สังคมเราจะเดินไปทางไหนดี ระหว่างโง่แต่สงบสุข หรือฉลาดแต่วุ่นวาย? 
ซึ่งสำหรับเรา ขอเลือกฉลาด แต่วุ่นวายดีกว่า ความวุ่นวาย ปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้น ความทุกข์ที่จะมาพร้อมกับการได้รับรู้ความเป็นจริง ถ้าเราฉลาด เราแก้ไขกันได้ เรารับมือมันได้ เราเดินหน้ากันต่อไปได้ มนุษย์ไม่ใช่เผ่าพันธ์ที่อ่อนแอ ถึงมีอุปสรรค์อะไรถ้าเรารับรู้มันซะอย่าง เราชื่อว่าสังคมเราไปต่อกันไปได้ แต่ต่อให้สังคมสงบสุข แต่ถ้าคนในสังคมโง่ดักดาร สังคมก็ไม่ต่างอะไรจากฟาร์มสัตว์ มีผู้นำเป็นเจ้าของฟาร์ม ถ้าบริหารจัดการได้ดีฝูงสัตว์ก็จะสงบเรียบร้อยมีความสุข ยังงี้น่ะหรอความสงบที่อยากได้? สังคมมนุษย์ไม่ใช่สังคมสัตว์ การครอบให้คนกลายเป็นสัตว์ด้วยการควบคุมโดยเบ็ดเสร็จไม่ได้นำไปสู่ความก้าวหน้า มันย้อนเรากลับไปเป็นสัตว์ต่างหาก
- ความเป็นผู้นำคืออะไร? คือการความสามารถในการควบคุมหรอ? 
คนเขียนเขียนประโยคนึงได้ดีมาก เราให้เป็นวรรคทองเลยละกัน คือ "ผู้นำไม่ได้สร้างฝูงสัตว์ ผู้นำสร้างคน" คือคนเขียนจะบอกว่า คนเป็นผู้นำ ไม่ใช่ต้อนสัตว์ ผู้นำไม่ได้นำวัวนำควาย ผู้นำนำคน ถ้าจะนำวัวนำควาย มือนึงถือแส้ ตัวไหนมันออกนอกทางก็ฟาดมันซะทีสองที แค่นี้ก็โอเคแล้ว แต่จะนำคนไม่ใช่แบบนั้น นำคนสำหรับนักเขียนคนนี้ ผู้นำไม่ใช่เจ้าของฟาร์ม ที่ถึงเวลาก็เอาอาหารไปวางในราง แล้วก็ต้อนวัวมากินหญ้า แต่ผู้นำคือคนที่นำให้คนอื่นๆมีชีวิตของตัวเองได้อย่างดี เป็นคนที่จะนำให้คนในสังคมเป็นผู้เลือกเองว่าจะเดินหน้าสังคมไปทางไหน
 
Quote :: 
 
“Power isn’t control at all — power is strength, and giving that strength to others. A leader isn’t someone who forces others to make him stronger; a leader is someone willing to give his strength to others that they may have the strength to stand on their own.” 
พลังไม่ใช่การควบคุม พลังคือความเข้มแข็ง และการมอบความเข้มแข็งนี้ให้ผู้อื่น ผู้นำไม่ใช่คนที่บังคับคนอื่นเพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น แต่ผู้นำคือคนที่เต็มใจมอบความเข้มแข็งของตนให้ผู้อื่นเพื่อให้พวกเขามีความเข้มแข็งเพื่อที่จะยืนได้ด้วยตนเอง
 
"Leading Godspeed has nothing to do with being better than everyone else, with commanding and forcing and manipulating. Eldest isn't a leader. He's a tyrant. A leader doesn't make pawns-he makes people"
การเป็นผู้นำยานGodspead ไม่เกี่ยวกับการอยู่เหนือทุกคนที่เหลือด้วยการควบคุม บังคับ หรือ บงการ เอลเดสไม่ใช่ผู้นำ แต่เป็นเผด็จการ ผู้นำไม่ได้สร้างฝูงสัตว์ แต่สร้างคน
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet